อุตสาหกรรมหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสปป.ลาวในปัจจุบัน

1

เศรษฐกิจของสปป.ลาวมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีแบบตลาดเมื่อปี 2529 เศรษฐกิจสปป.ลาวขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 6.2 ต่อปี นับเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งนี้ปี 2556 เศรษฐกิจสปป.ลาวมีอัตราการเจริญเติบโต สูงถึงร้อยละ 7.6 ซึ่งสูงมากกว่าจีนที่มีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 7.5 ในปีเดียวกัน ทว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวประสบกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงถึงร้อยละ -21.9 ของ GDP เนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น และมีข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตเพื่อการส่งออก

สปป.ลาวเป็นคู่ค้าสำคัญรายหนึ่งของไทย ไทยได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สปป.ลาวส่งออกสินค้ามายังไทยเป็นอันดับหนึ่ง และนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน สินค้าที่สปป.ลาวส่งออกเป็นหลัก คือ แร่ทองคำ ทองแดง และพลังงานไฟฟ้า ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมัน รถยนต์และส่วนประกอบ การส่งออกของ สปป.ลาว ปี 2556 มีมูลค่า 3,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.9 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6,940 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ปี 2556 การนำเข้าสินค้าเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลการก่อสร้างฟื้นฟูความเสียหายจากพายุโซนร้อนไหหม่าและพายุไต้ฝุ่นนกเตนตั้งแต่ปี 2554

อุตสาหกรรมหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสปป.ลาว คือ การทำเหมืองแร่และพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า ทรัพยากรสำคัญของสปป.ลาว ได้แก่ ไม้ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว    หินเกลือ เหล็ก ถ่านหินลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน กล่าวได้ว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวขับเคลื่อนโดยอาศัยรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ  การลงทุนในสปป.ลาวส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีนและเวียดนาม อันดับสามคือนักลงทุนไทย กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ คือ กิจการการทำเหมือง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27 และด้านกิจการการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ด้านการเกษตร ด้านโรงแรมและร้านอาหาร ด้านการสื่อสาร สำหรับการลงทุนของไทยในสปป.ลาวในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนด้านการเกษตร ด้านการบริการ ด้านโรงแรมและร้านอาหาร และด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น