ค่าเงินหยวนลดลงทำให้ทั่วโลกเริ่มกังวลกับค่าเงินในประเทศจีน

ค่าเงินหยวนลงทำให้ทั่วโลกเริ่มกังวลกับค่าเงินในประเทศจีน
หลังจากที่ประเทศจีนประกาศลดค่าเงินหยวนลง ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงไปทันทีกว่า 4.6% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการประกาศลดค่าเงินครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของจีนในรอบกว่า 20 ปี ภาคการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะการที่จีนลดค่าเงินหยวน ส่งผลให้สินค้าจากไทยที่ส่งไปที่จีนมีราคาแพงขึ้นทันที ขณะที่ประเทศอื่น ๆ จะมองว่าสินค้าจีนมีราคาถูกลง

การเงินการคลังที่มีอยู่ในมือของรัฐบาลจีนในตอนนี้เริ่มอ่อนแรงลงเต็มที ประกอบกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้รัฐบาลจีนตัดสินใจใช้มาตรการลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออก ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพใหญ่ของประเทศจีนก็คือ “การส่งออก” ดังนั้นยาแรงที่จีนนำมาใช้คือ “การปรับวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงเงินหยวน” หลังจากเปลี่ยนวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ก็มีผลทำให้ “อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงสอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด” มากขึ้น

สินค้าส่งออกของไทยไปจีน พบว่า การส่งออกกระจุกตัวอยู่ในสินค้าโภคภัณฑ์กว่าร้อยละ 50 เป็นสินค้าชั้นกลางอีกร้อยละ 10 สินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งไปจีนไม่ว่าจะเป็นยางพาราและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางพารา เม็ดพลาสติก ตลอดจนเคมีภัณฑ์ ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่การส่งออกสินค้าประเภทชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ก็มีแนวโน้มไม่สดใส จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคในตลาดโลก ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ติดลบร้อยละ 7

การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ไทยอาจต้องเร่งดำเนินนโยบายทางการคลังเพื่อไม่ให้สถานการณ์การส่งออกย่ำแย่ไปกว่านี้ โดยต้องเร่งลงทุนเพื่อให้ขาดดุลมากขึ้น อันเป็นการทำให้เงินบาทอ่อนค่าซึ่งจะทำให้ไทยสามารถแข่งขันในการส่งออกได้ดีขึ้น ในขณะที่นโยบายการลดดอกเบี้ยลงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันของไทยก็อยู่ในระดับต่ำมากแล้ว